อาการท้องผูก ภัยใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2556 ได้ไปร่วมงานเกี่ยวกับเรื่องของระบบการขับถ่ายกับเสโนคอต (Senokot) ยาระบายมะขามแขก  อาการท้องผูกหนึ่งในปัญหายอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กสำหรับบางคน แต่เชื่อเถอะค่ะว่าหากอาการนี้เกิดขึ้นกับคุณสัก 1 -2 วัน ก็อยากจะระบายออกไปให้หมดๆ ตั้งแต่วันแรกแน่นอน อาการท้องผูกนั้นส่งผลต่อการใช้ชีวิตและระบบต่างๆ ในร่างกายมากกว่าที่คิด ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบอยู่ภายใต้ภาวะที่กดดันจากเรื่องต่างๆ  ความเครียด รวมไปถึงอาหารที่ทานในทุกๆ วัน ล้วนเป็นปัจจัยสะสมที่ส่งเสริมให้เกิดอาการท้องผูก

นายแพทย์ กฤษดา ศิรามพุช ร่วมเสวนากับคุณเจิดสาย สุขแก้ว

งานนี้ได้รับเกียรติจากนายแพทย์ กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ มาไขข้อสงสัยและแนะนำวิธีการรักษาอาการท้องผูกแบบธรรมชาติ ที่มีประโยชน์มากกว่าแค่การระบาย ผ่านการเสวนาพิเศษภายใต้หัวข้อ “ท้องผูกที่มากกว่าแค่ระบาย ชะลอวัยและไกลโรคร้าย ต้องไม่ให้ท้องผูก” คุณหมอบอกว่า “ร่างกายมนุษย์นั้นเป็นเหมือนเครื่องจักรที่แสนมหัศจรรย์ เพราะมันทำงานอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงแม้ในขณะที่เรานอนหลับ และส่วนหนึ่งของงานที่สำคัญที่สุดที่หยุดไม่ได้นั่นคือการ “ระบายของเสีย” ซึ่งอวัยวะที่รับหน้าที่นี้ที่เห็นชัดและสำคัญมากก็คือ ‘ลำไส้’ เพราะลำไส้เป็นเสมือนท่อระบายขนาดใหญ่ที่ช่วยให้เครื่องจักรมนุษย์นี้ทำงานอยู่ได้อย่างเป็นปกติ ส่วนของลำไส้ที่ทำงานระบายหลักคือ “ลำไส้ใหญ่” ซึ่งการที่มันทำงานได้เป็นปกติก็จะส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ถ้าเมื่อไรมันมีปัญหา “ไม่ระบาย” ขึ้นมาหรือว่า “ระบายยาก” กว่าปกติที่เคยเป็น เมื่อนั้นก็จะส่งผลต่อร่างกายโดยรวมของเราอย่างแน่นอน และหากปล่อยเอาไว้นานจนมีอาการเรื้อรังก็ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย”

“เราเองสามารถสังเกตสัญญาณอันตรายที่ชวนสงสัยว่ามีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ร่วมกับท้องผูกได้คือ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องผูกสลับกับท้องเสีย และพบเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ นอกจากโรคร้ายอย่างมะเร็งแล้ว การที่ร่างกายสะสมพิษเอาไว้มากเกินไป ยังเป็นตัวทำให้ร่างกายเสื่อมเร็วหรือพูดง่ายๆ ว่า “แก่” ซึ่งถ้าลำไส้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยการ “ระบาย” ออกได้ดีเป็นปกติก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าระบายติดๆ ขัดๆ ผิดนัดบ่อยก็ง่อยนะครับ”

หากมองให้ลึกว่าการที่ร่างกายไม่ขับถ่ายของเสียนั้นส่งผลอะไรกับร่างกายเราบ้าง ลองนึกเล่นๆดูค่ะว่าแต่ละวันเรากินอะไรเข้าไปบ้างแล้วถ้าเราไม่ถ่ายสัก 3-4  วัน บางคนนานเป็นสัปดาห์ ร่างกายไม่ขับถ่ายของเสียออกมาเลย เมื่อร่างกายมีของเสียอยู่ในสำไส้นานๆ ก็เหมือนของบูดเน่า พอร่างกายมีการดูดซึมอาหารกลับเข้าไปในร่างกาย ก็ดูดของเสียเหล่านี้เข้าไปผ่านกระแสเลือด แทนที่จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ก็กลายเป็นสารพิษที่ตกค้างอยู่ ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้

คุณสมิตา ธนะโสภณ

ดร. ขวัญ หารทรงกิจพงษ์

6 โรคชวนว้าวุ่นเมื่อคุณ “ท้องผูก”

1.นอนไม่หลับ (Sleep Difficulty) มีอาการท้องอืดแน่น หงุดหงิด ชีวิตไม่เป็นสุข เมื่อนอนไม่หลับนานเข้าก็มีผลกับลำไส้ให้ไม่ระบายหนักขึ้นวนเป็นวงจร

2.ริดสีดวง (Hemorrhoid) เมื่อต้องเบ่งบ่อยเข้าก็เป็นก้อนริดสีดวงให้เจ็บต่อได้ ซึ่งจะฉุกเฉินมากเมื่อเกิดลิ่มเลือดอุดตันก้อนริดสีดวง ต้องผ่าตัดด่วน

3.แผลปริทวารหนัก (Anal Fissure) กากอาหารที่แข็งและใหญ่บาดให้เกิดแผลฉีกที่ทวารหนักและยิ่งไม่อยากถ่ายมากขึ้น

4.ลำไส้อุดตัน เมื่อท้องผูกนานเข้ากากอาหารจะรวมกันเป็นดั่งหิน (Fecal impaction) แล้วตัน ลำไส้ได้

5.สะสมสารพิษ (Toxic accumulation) ในลำไส้ที่มีของเสียกองอยู่ก็เหมือนกับขยะที่ไม่ถูกเก็บทิ้ง ยิ่งเก็บพิษไว้นานๆ ก็พาลทำให้ร่างกายเสื่อมและสุขภาพแย่ลงกว่าวัยได้

6.เสี่ยงมะเร็งลำไส้ (Colorectal cancer) การเก็บขยะอาหารไว้ในลำไส้นานทำให้ลำไส้สัมผัสกับของเสียที่มีพิษอยู่โดยตรง การระคายเคืองจากกากอาหารที่ว่านานๆ ท้องผูกบ่อยๆ เป็นเวลานาน จะพาให้เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

สาเหตุการท้องผูก

ท้องผูกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยอาจแบ่งให้เห็นภาพชัดเป็น 2 ส่วนดังนี้

1)สาเหตุจากนอกลำไส้ ลำไส้แปรปรวน ความเครียดลงลำไส้ นอนดึก อาหารและยาบางชนิดที่มีผลทำให้ท้องผูก

2)สาเหตุจากข้างในลำไส้ ลำไส้ขี้เกียจ(ขยับน้อยจากระบบประสาท) การตั้งครรภ์ มีโรคที่ตัวลำไส้เอง

การสังเกตการอาการท้องผูก

เมื่อมีอาการอย่างน้อย 1 อย่าง ดังต่อไปนี้

-อาการท้องอืด โต เป็นอาการที่ลำไส้มีการเคลื่อนไหวน้อย

-ถ่ายอุจจาระลำบากและเจ็บปวดเมื่อเบ่ง อุจจาระที่ถ่ายออกมามีลักษณะแข็ง แห้ง

-รู้สึกเหมือนมีลมในท้อง

-แน่นๆ หน่วงๆ บริเวณใกล้ทวารหนัก

สัญญาณร้ายจากอาการท้องผูก

ท้องผูกเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Chronic Constipation Linked to

Increased Risk of Colorectal Cancer) จากงานวิจัยที่เผยในงาน American College of Gastroenterology’s 77th Annual Scientific Meeting เมื่อปีที่ผ่านมาพบว่า

-ผู้ที่ท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation) พบมะเร็งลำไส้ใหญ่และเนื้องอกลำไส้ชุกกว่ากลุ่มควบคุม

-ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้นถึง 1.78 เท่า และเนื้องอกในลำไส้ถึง 2.70 เท่า

แม้จะไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นเหตุและผลกันโดยตรง แต่เรื่องท้องผูกกับลำไส้ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องป้องกันไว้ก่อน โดยสัญญาณอันตรายที่ชวนสงสัยมะเร็งลำไส้ร่วมกับท้องผูกไว้ 4 อาการดังนี้

-เบื่ออาหาร

-น้ำหนักลด

-ท้องผูกสลับท้องเสีย

-ตรวจพบเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ

5 บัญญัติขจัดท้องผูกและป้องกันโรค

สรุปเทคนิคระบายเพื่อสุขภาพดี ป้องกันมะเร็งลำไส้และช่วยชะลอวัย

1)หากท้องผูกให้ใช้สารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ช่วยระบายเพื่อล้างพิษสะสม

2)รับประทานอาหารธรรมชาติช่วยระบายร่วม

3)หาสาเหตุของท้องผูกแล้วแก้ให้ถูกจุด

4)หยุดการระบายที่ผิดวัตถุประสงค์โดยเฉพาะลดความอ้วน

5)ควรดูแลให้ลำไส้ได้ระบายตามปกติ ไม่ปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรัง

เพียง 5 ข้อเท่านี้ก็เป็นวิธีที่ช่วยให้ท่านไม่ต้องเสี่ยงกับการ “เก็บพิษ” เอาไว้จากอาการท้องผูกเรื้อรัง(Chronic Constipation) ที่อันตรายกว่าที่คิดเพราะทำให้เสี่ยงกับโรคร้ายอย่างมะเร็งและทำให้ร่างกายไม่สดชื่นสบายตัวด้วย การช่วยระบายให้เป็นปกติและช่วยลำไส้ให้ทำงานขับของเสียและสารพิษได้จึงเป็นหน้าที่สำคัญต่อชีวิตอย่างขาดไม่ได้

Pairaikor

  • On September 10, 2013
  • https://twitter.com/nusineja

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *